บทที่ 6 [ตอนที่ 5]

[ตอนที่ 5]

“ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน”

หลังจากที่ปรรณพัชร์ออกไปจากห้อง ปรวีร์ก็นั่งกินขนมไปเงียบ ๆ โดยมีปราณัฐน์นั่งมองอยู่ข้างเตียงไม่ห่าง สายตาของเด็กหนุ่มที่จ้องมองมาเต็มไปด้วยความอาทรจนคนถูกมองเริ่มทำตัวไม่ถูก

ไม่นานนัก เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ปราณัฐน์ลุกขึ้นไปเปิดประตู ก่อนจะเดินกลับเข้ามาพร้อมกับเด็กหนุ่มอีกสองคนที่มีความดูดีกระจายออกมาจนคนบนเตียงอดจะอุทานในใจไม่ได้ สองคนนี้เคยมาแล้วครั้งหนึ่ง ทว่าตอนนั้นปรวีร์ไม่ได้สังเกตเพราะกำลังสติแตก

‘หน้าตาดีกันจริง ๆ เด็กพวกนี้’

ปรวีร์คิดพลางส่งยิ้มบาง ๆ ไปให้แขกผู้มาใหม่ตามมารยาท ซึ่งดูเหมือนรอยยิ้มนั้นจะทำให้คนที่ชื่อนุนิประหลาดใจเล็กน้อย

“ดีขึ้นไหมหลิว หน้าตาสดใสขึ้นแล้วเนอะ”

นุนิเอ่ยทักทายพลางเดินเข้ามาใกล้

“นิแวะมาหา แล้วจะเลยไปมหาลัยฯ เลย มาขอใบรับรองแพทย์ด้วยแหละ จะได้ให้อาจารย์เช็กคาบเรียนให้หลิว”

“ผมเรียนอะไรเหรอ”

ปรวีร์ถามออกไปตรง ๆ เพราะเขาไม่รู้ข้อมูลส่วนนี้เลยจริง ๆ

นุนิชะงักไปครู่หนึ่ง มองหน้าเพื่อนสลับกับปราณัฐน์อย่างไม่อยากเชื่อ

“ยังจำไม่ได้เหรอ”

“นิใจเย็น ๆ ผ่านไปคืนเดียวเอง”

ยศพัทธ์รีบแตะไหล่คนรักของตัวเองให้ใจเย็นลง

“คุณชื่อนิเหรอ”

“นุนิเป็นเพื่อนหลิว ส่วนคนหล่อ ๆ นี่พี่เดี่ยว แฟนนุนิ เพื่อนพี่ปัน”

นุนิแนะนำตัวเสร็จสรรพ

“เราสนิทกันมากไหม” ปรวีร์ถามอีก

“ก็สนิทนะ”

“อ๋อ ขอโทษนะ เราจำอะไรไม่ได้เลย” ปรวีร์บอกด้วยสีหน้าลำบากใจ

“ปวดหัวไหม”

ยศพัทธ์ถาม น้ำเสียงของชายหนุ่มฉายชัดถึงความกังวล เพราะสำหรับยศพัทธ์แล้ว การที่คนรักของเพื่อนสนิทจำอะไรไม่ได้ มันก็หมายถึงเพื่อนสนิทของเขาไม่สบายใจ

“ไม่ครับ ไม่ปวด”

“ดีแล้ว เดี๋ยวคงดีขึ้นแหละ อย่ากดดันตัวเองล่ะ” ยศพัทธ์ตบบ่าปลอบใจ ก่อนจะหันไปหาเพื่อนรัก

“ปัน มึงไปเรียนไหมวันนี้”

“คงไม่ เฝ้าตัวเล็ก” ปราณัฐน์ตอบโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด

“ไม่ให้พี่มึงเฝ้าล่ะ” ยศพัทธ์แซว

“ผมไม่ชอบเขา ไม่เอานะ”

ปรวีร์โพล่งออกมาทันทีที่ได้ยินชื่อบุคคลที่สาม ปราณัฐน์หันมามองคนบนเตียงแล้วยกยิ้มที่มุมปาก

“ตัวเล็กจำไม่ได้ เหมือนจะไม่ชอบหน้าพี่ปูนด้วย”

“ก็ดีแล้วล่ะ ไม่น่าสนิทหรอก” นุนิเสริมขึ้นมาทันควันอย่างคนใจร้อน

“เกรงใจไอ้ปันหน่อย ยังไงก็พี่มัน” ยศพัทธ์เย้าคนรัก

“ชอบทำตัวเหมือนแบบสนิทกับหลิวมาก รำคาญ”

นุนิยังไม่ยอมจบ พลางเบะปากอย่างเปิดเผย นุนิไม่ชอบปรรณพัชร์ ร้อยไม่ชอบ พันก็ไม่ชอบ

“จริง ๆ ก็ไม่ควรสนิทรึเปล่า ผมรู้สึกแบบนั้นนะ”

ปรวีร์เสริมความคิดตัวเองเข้าไปด้วย เพราะเขาสัมผัสได้ถึงรังสีคุกคามจากคนคนนั้นอย่างชัดเจน แม้กระทั่งคำพูดของเขาก็ชวนให้อาเจียน

“เออ นิชอบหลิวตอนนี้ แบนพี่ปูน แบน ๆ”

นุนิหัวเราะขึ้นมาด้วยความถูกใจที่เพื่อนเปลี่ยนไปในทิศทางที่เขาชอบ

“ใจเย็นนิ ว่าแต่กินอะไรมายัง” ปราณัฐน์ตัดบท

“ยัง เดี๋ยวค่อยแวะกินที่หน้ามหาลัยฯ ถ้าอยากพัก หรืออยากเปลี่ยนคนเฝ้าก็บอก เดี๋ยวส่งนิมาเฝ้า” ยศพัทธ์เสนอ

“ได้บ่าย ๆ นะ ไม่มีเรียน” นุนิรับคำ

“โอเค ขอบคุณมาก”

“งั้นนิไปก่อนนะมีเรียนเช้า ไปนะหลิว ถ้าเบื่อหน้าพี่ปันก็แชตมา”

นุนิโบกมือลาพร้อมทิ้งระเบิดลูกเล็กไว้

“โอเค” ปรวีร์รับคำสั้น ๆ

“ตัวเล็ก!!” ปราณัฐน์เรียกชื่อคนบนเตียงเสียงดังจนปรวีร์สะดุ้ง

“อะไร ทำไมเสียงดัง”

“ห้ามเบื่อพี่ปัน”

ปราณัฐน์ทำหน้ามุ่ยใส่ แววตาคมคายคู่นั้นดูแง่งอนเหมือนเด็กโดนขัดใจ จนปรวีร์ต้องอึ้งไปครู่หนึ่งกับท่าทางของคนตัวโตที่ดูขัดกับรูปลักษณ์ภายนอกอย่างสิ้นเชิง

หลังจากปราณัฐน์ขอตัวลงไปส่งเพื่อนและจัดการธุระ ปรวีร์ก็ไม่รอช้าที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาทันที แววตาที่ดูไร้เดียงสาเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นเด็ดเดี่ยว

“รุจ” ปรวีร์กระซิบเรียกปลายสายที่กดรับอย่างรวดเร็ว

“กูเองวีร์” เขาเน้นย้ำชื่อตัวเองด้วยความอึดอัดใจ

[กูต้องทำใจยังไงวะ กูงงมาก]

เสียงของผู้กองรุจสั่นเครือเล็กน้อยเหมือนคนที่พยายามประมวลผลเรื่องเหลือเชื่ออยู่

“มันเหลือเชื่อ กูรู้ กูก็งง” ปรวีร์เอ่ย

[แล้วไอ้ปรรณพัชร์ที่บอกว่าเจอ มันคือยังไง]

“มันเป็นพี่ชายของแฟนเด็กคนนี้” ปรวีร์พูดพลางขมวดคิ้วมุ่น

[กูไปเยี่ยมได้ไหมวะ]

“คงได้แหละ”

[กูจะไปในฐานะอะไรดี]

“รุจ มึงเป็นตำรวจ กินปลาไหมไอ้สัส”

ปรวีร์สบถออกมาด้วยความระอาเพื่อนสนิท ที่บางทีก็ดูจะลืมสถานะทางสังคมของตัวเองไปชั่วคราว

[เออ ใช่นี่หว่า ที่ไหนวะ]

สิ้นคำถาม ปรวีร์กดส่งพิกัดโรงพยาบาลให้ทันทีผ่านแอปพลิเคชันซึ่งเขาเพิ่มเป็นเพื่อนกับผู้กองรุจก่อนหน้านี้

[โอเค ประมาณชั่วโมงหนึ่ง กูถึง]

“อืม”

หลังวางสาย ปรวีร์ถอนหายใจยาว ความเครียดที่สะสมทำให้เขานอนนิ่งอยู่บนเตียงพักหนึ่ง ก่อนที่สัญชาตญาณนักสืบจะสั่งให้เขาเริ่มค้นหาข้อมูลของ ‘หลิว’ เจ้าของร่างนี้ ผู้กองหนุ่มตัดสินใจไถหน้าจอโทรศัพท์ไปตามห้องแชตต่าง ๆ เพื่อหาเงื่อนงำความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของร่างและทุก ๆ คน

ห้องแชตของเพื่อนสองสามห้องที่ดูเหมือนจะคุยกันเรื่องทั่วไป แต่ห้องแชตที่สะดุดตาที่สุดคือห้องแชตของปราณัฐน์ที่ถูกปักหมุดเอาไว้บนสุด ปรวีร์กดเข้าไปดูบทสนทนาย้อนหลังของคนทั้งคู่ด้วยความรู้สึกอิหลักอิเหลื่อ

“เด็กคนนี้เรียกตัวเองว่าหนูกับคนรัก”

ปรวีร์อ่านข้อความเหล่านั้นแล้วแทบจะสำลักน้ำลายตัวเอง ภาพนายตำรวจร่างสูงใหญ่ที่เขาเคยเป็น กับคำว่า ‘หนู’ มันช่างห่างไกลกันเหลือเกิน ยิ่งเห็นประโยคออดอ้อนที่หลิวตัวจริงเคยพิมพ์ไว้ เขาก็ยิ่งรู้สึกว่างานสวมรอยครั้งนี้อาจจะยากกว่าการบุกทลายซุ้มมือปืนเสียอีก

“หนูเลยเหรอ หนูเนี่ยนะ น่ารักเกินไปแล้ว พี่ปันจ๋าอีกต่างหาก

ปรวีร์พึมพำกับตัวเองเบา ๆ ขนลุกซู่ไปทั้งตัว

“บ่นอะไรคะตัวเล็ก”

เสียงทุ้มที่ดังขึ้นทำให้ปรวีร์สะดุ้ง เขาเงยหน้าขึ้นมองปราณัฐน์ที่เดินเข้ามาในห้องด้วยสายตาเลิ่กลั่ก ก่อนจะตัดสินใจสวมบทบาทเพื่อให้แนบเนียนที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้จะรู้สึกเหมือนอยากจะแทรกแผ่นดินหนีก็ตาม

“ปัน ไม่สิ พี่ปัน”

“ค่ะ ว่าไงคะตัวเล็ก หนูหิวเหรอคะ”

“หนู... เพิ่งกินไปเมื่อกี้เองนะ” ปรวีร์พยายามกัดฟันพูดคำว่า ‘หนู’ ออกมาจนสำเร็จ

ปราณัฐน์ยิ้มกว้าง แววตาคมคายคู่นั้นดูเปล่งประกายกว่าปกติเมื่อได้ยินคำแทนตัวที่แสนจะออดอ้อนจากคนรัก

“น่ารักจังเลย แฟนพี่ปัน”

“หนูน่ารักจริง ๆ เหรอ”

ปรวีร์แกล้งเอียงคอถาม ทดลองใช้เสน่ห์ของร่างเล็กให้เป็นประโยชน์

“ค่ะ ตัวเล็กของพี่ปัน น่ารักที่สุดเลย”

“พี่ปันจ๋าของหนู”

วินาทีที่คำว่า ‘พี่ปันจ๋า’ หลุดจากปากของคนบนเตียง ปราณัฐน์ถึงกับชะงักไปเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด

“มีอะไรคะตัวเล็ก” เสียงของปันดูสั่นเล็กน้อย

“เมื่อไหร่หนูจะได้ออกจากโรงพยาบาล”

“เบื่อแล้วเหรอคะ”

“หนูเบื่อ” ปรวีร์ลากเสียงยาวพลางทำหน้ามุ่ย ซึ่งเขาไม่รู้เลยว่าท่าทางนั้นมันทำลายล้างหัวใจคนมองขนาดไหน

“อืม ทำไมตัวเล็กน่ารักผิดปกตินะคะ” ปราณัฐน์พึมพำชิดใบหู

“พี่ปันจ๋าไม่ชอบเหรอ”

“ชอบค่ะ ชอบมากเลย”

“พี่ปันจ๋าน่ารักกับหนู หนูก็ต้องน่ารักกับพี่ปันสิ”

ปรวีร์ค่อย ๆ ตะล่อมเข้าเรื่อง ดีที่ร่างนี้อ้อนแอ้นน่ารัก น้ำเสียงก็ยังอ่อนหวานน่าฟัง ปรวีร์นึกภาพตัวเองที่สูงหนึ่งร้อยแปดสิบสาม หากพูดกับใครสักคนด้วยเสียงเล็กเสียงน้อยอย่างตอนนี้คงแปลกพิลึก

“อ้อนเก่งขึ้นรึเปล่าคะ”

“เมื่อก่อนหนูไม่อ้อนเหรอคะ”

“ก็อ้อนนะ แต่ไม่ใช่ความรู้สึกแบบนี้”

ปราณัฐน์ตอบพลางมองลึกเข้าไปในดวงตาของคนรัก ราวกับกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง

“เอาแบบไหนดี หนูทำตัวไม่ถูก” ปรวีร์แสร้งทำเป็นสับสน

“พี่ปันจ๋า คุณตำรวจคนนั้นที่หนูโทรหาเมื่อคืน เขาจะมาที่นี่ มาเรื่องผู้ชายคนนั้น คนที่พี่ปันพาหนูไปตามหา”

ปราณัฐน์นิ่งไปครู่หนึ่ง เขาไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายกับคนรักของตัวเอง

“ค่ะ เขาจะมากี่โมง พี่ปันอยู่ด้วยได้ใช่ไหม”

“ได้สิ ไม่มีความลับอะไร หนูแอดไลน์คุณตำรวจเขาไปด้วย พี่ปันจ๋าไม่ดุหนูนะ” ปรวีร์รีบคว้ามือหนามาเขย่าเบา ๆ เพื่อออดอ้อน

“ไม่ดุค่ะ อะไรที่ตัวเล็กสบายใจ พี่ปันโอเคทั้งหมดเลย”

ปรวีร์ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ดูแล้วนายปราณัฐน์คนนี้ดูจะพูดง่ายกว่าที่คิด

“พี่ปันจ๋า เล่าเรื่องครอบครัวพี่ปันให้หนูฟังหน่อยสิ เรื่องของเราด้วย ทำไมหนูถึงมาคบกับพี่ปันได้ หนูอยากจำได้ไว ๆ ค่ะ”

ปราณัฐน์ชะงักไปอีกครั้ง ดวงตาเบิกกว้างเล็กน้อย

“หนูไม่ค่ะกับพี่ปันสิคะ”

“ทำไมล่ะ พี่ปันยังคะขากับหนูเลย”

“พี่ปันว่าพี่ปันเขิน” คนตัวสูงสารภาพออกมาตรง ๆ

“ทำไมต้องเขินล่ะ เราเป็นแฟนกัน หนูกับพี่ปันจ๋าคบกันมานานรึยัง เราเพิ่งคบกันเหรอ บอกหนูหน่อย” ปรวีร์รุกหนักจนปราณัฐน์เริ่มทำตัวไม่ถูก

“จริง ๆ ก็ไม่ถึงปี พี่ปันจีบตัวเล็กเอง”

“เราเจอกันได้ยังไงเหรอคะ” ปรวีร์คิดว่าตัวเองต้องเนียนเป็นเด็กหนุ่มสายหวานไปแล้ว เขาก็ต้องไปให้สุด อ้อนได้ก็อ้อน

“ตัวเล็กไม่ ‘คะ’ สิ”

“งั้นพี่ปันก็อย่า ‘คะ’ กับหนูสิ” ปรวีร์ย้อนทันควัน

“พี่ปันชินแล้ว”

“หนูก็เพิ่งชินวันนี้เองค่ะ” ปรวีร์เย้า

ปรวีร์ส่งยิ้มกวน ๆ ที่แฝงไปด้วยความน่ารักไปให้ จนปราณัฐน์ต้องส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ

“ตัวเล็กไปอัพสกิลอะไรมา ทำไมกะล่อนจัง”

“พี่ปันจ๋าอย่าว่าหนู เล่ามาก่อนนะคะ”

ปรวีร์กะพริบตาปริบ ๆ จนสุดท้ายปราณัฐน์ก็ยอมเปิดปากเล่า

“ตัวเล็กเรียนในเซคชั่นเดียวกับนุนิ พี่ปันเป็นเพื่อนเดี่ยว พาเดี่ยวไปหานุนิบ่อย ๆ เลยเจอตัวเล็ก”

“หนูเรียนอะไรเหรอคะ”

“เทคนิคการแพทย์ ปี 2 ค่ะ”

‘เทคนิคการแพทย์!! ปรวีร์กรีดร้องในใจ

“จะรอดไหมเนี่ย” ร่างเล็กบ่นออกมาเบา ๆ

“รอดไหม หมายถึงอะไรคะ”

ปราณัฐน์ถามด้วยความสงสัยเมื่อเห็นสีหน้าของคนตัวเล็กกว่า

“หมายถึง หนูเรียนเก่งเหรอ” ปรวีร์รีบปรับสีหน้า

“ก็ใช้ได้นะ”

“พี่ปันล่ะคะ พี่ปันเรียนอะไร”

“พี่ปันเรียนเศรษฐศาสตร์ค่ะ ที่มหาวิทยาลัยเดียวกัน ปี 3 แล้ว”

ปราณัฐน์ตอบพลางลูบมือคนรักเบา ๆ

“ตัวเล็กเป็นญาติห่าง ๆ ของทางแม่พี่ปูน พี่ปันเคยเจอพี่ปูนไปหาเราที่คณะก็เลยถามเขา พอได้เบอร์มาพี่ปันก็จีบเลย”

ปรวีร์หูผึ่งเมื่อได้ยินชื่อปรรณพัชร์

“ญาติห่าง ๆ ทางแม่ หมายความว่ายังไงคะ แม่ของพี่ปันกับแม่ของเขา คนละคนกันเหรอครับ แต่ว่านามสกุล” ปรวีร์พยายามนึกถึงเรื่องที่เขาเพิ่งได้รับรู้จากเพื่อนสนิทมาใหม่

“เรื่องมันซับซ้อนค่ะ แต่มันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่” ปราณัฐน์เอ่ย

“งั้นก็หมายถึงพ่อแม่ของหนูเป็นญาติของแม่พี่ปูน”

“ค่ะ แต่พี่ปันไม่เคยเจอท่านหรอกนะ แค่เคยคุยโทรศัพท์ด้วย เพราะเหมือนพี่ปูนเป็นญาติผู้ใหญ่ฝั่งหนูไปแล้ว พี่ปันเลยไม่ได้ลงรายละเอียดมาก เพราะยังไงพี่ปูนก็เป็นคนในครอบครัว”

“แล้วพ่อแม่หนูอยู่ที่ไหน” ปรวีร์ถามอีก

“เชียงรายค่ะ”

“พี่ปันไม่เคยไปบ้านหนูเหรอ”

“ไม่เคยค่ะ”

“แล้วหนูไม่กลับบ้านเหรอคะ”

“เคยกลับค่ะ แต่กลับกับพี่ปูน”

ปรวีร์รู้สึกชาวาบไปทั้งสันหลัง ข้อมูลทุกอย่างชี้ไปที่จุดเดียว คือหลิวมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและลึกซึ้งกับปูนมากกว่าที่คนนอกเห็น

“หนูสนิทกับเขามากเหรอ”

“มากค่ะ ถ้าพี่ปันไม่รู้ว่าเป็นญาติ ก็คงคิดว่าเป็นแฟนกัน”

ปราณัฐน์เอ่ยออกมาตรง ๆ

“พี่ปันเชื่อใจเขาขนาดนั้นเลยเหรอ”

“ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องไม่เชื่อ” ร่างสูงตอบจากนั้นก็ส่งยิ้มมาให้

“ครอบครัวพี่ปันทำธุรกิจใช่ไหม”

“บ้านของพี่ปันเป็นโรงงานผลิตยาแล้วก็เวชภัณฑ์ค่ะ”

“ตอนนี้คนบริหารคือพ่อพี่ปัน ใช่ไหม”

“ค่ะ พ่อพี่ปัน แต่ในส่วนของงานเวชภัณฑ์จะมีพี่ปูนเป็นคนดูแล เพราะแบบนี้เขาเลยส่งให้ตัวเล็กเรียนเทคนิคการแพทย์”

“เขาส่งหนูเรียนเหรอ เขาส่งหนูเรียนได้ยังไง ไม่จริงหรอก”

ปรวีร์เผลอขึ้นเสียงอย่างลืมตัว ความรังเกียจที่มีต่อปรรณพัชร์ทำให้เขารับไม่ได้ ถ้าเขาต้องอยู่ในร่างกายเล็ก ๆ นี่ตลอดไป มันหมายถึงเขาจะเป็นหนี้บุญคุณของจอมวายร้ายนั่น

“ตอนนี้ไม่ใช่เขาแล้วค่ะ แต่เป็นพี่ปัน” ปราณัฐน์ตอบพร้อมรอยยิ้มอุ่น

“โล่งอก” ปรวีร์พึมพำ

“ทำไมคะ”

“หนูไม่อยากข้องเกี่ยว ไม่ชอบขี้หน้า เหมือนคนไม่ดี”

“พี่ปูนเป็นญาติเรานะ”

“หนูไม่รู้ แต่หนูรู้ว่าหนูไม่ชอบเขา พี่ปันสนิทกับเขาไหม”

“ก็สนิทนะคะ สนิทเพราะมีตัวเล็กเข้ามา แต่ก่อนก็ต่างคนต่างอยู่ อย่างที่บอกตัวเล็กเป็นญาติเขา ตัวเล็กสนิทพี่ปันก็ต้องสนิทด้วย”

ปรวีร์ขมวดคิ้ว ข้อมูลเรื่อง ‘ญาติ’ มันดูย้อนแย้งกับสิ่งที่ปรรณพัชร์พูดกับเขาเมื่อเช้า

“อันไหนเบอร์โทรของพ่อกับแม่หนู หนูดูในมือถือไม่เห็นชื่อของพ่อแม่ พี่ปันคุยกับท่านบ่อยไหม หนูบันทึกเบอร์ของท่านด้วยชื่ออะไรเหรอ”

“คุยผ่านทางมือถือของพี่ปูนตลอดเลยค่ะ”

ปราณัฐน์ตอบ แต่คนฟังกลับขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ ในเมื่อหลิวอยู่กับปราณัฐน์มาเป็นปี ทำไมยังคุยกับพ่อแม่ของหลิวผ่านมือถือของปรรณพัชร์ล่ะ

“พี่ปูน เขาเป็นคนดีไหม”

“ก็น่าจะปกตินะคะ เขาสนิทกับตัวเล็กมากกว่าพี่ปัน ถึงเขาจะเป็นพี่ชายคนละแม่กับพี่ปันแต่คนที่โตมากับเขาคือตัวเล็ก พ่อพี่ก็เพิ่งจะรับเขาเข้าบ้านเมื่อไม่นานมานี่เองค่ะ”

ปรวีร์ส่ายหน้าอย่างจนใจ ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของร่างกับปรรณพัชร์ดูเหมือนจะซับซ้อนเกินกว่าจะเป็นแค่ญาติกัน

ในจังหวะที่ปรวีร์กำลังคิดทบทวนสิ่งที่ได้รับรู้จากปราณัฐน์ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ปราณัฐน์ลุกขึ้นไปเปิดประตูและคนที่ก้าวเท้าเข้ามาในห้องก็คือชายหนุ่มในชุดลำลองแต่ดูสมาร์ต แววตาคมกริบกวาดมองไปทั่วห้องก่อนจะมาหยุดที่ร่างของหลิว

ผู้กองรุจ เพื่อนสนิทของปรวีร์มาถึงแล้ว

ปรวีร์จ้องมองเพื่อนรักด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ทั้งดีใจที่เห็นหน้าคนที่ไว้ใจได้ที่สุด แต่ก็ต้องข่มใจไว้ไม่ให้หลุดพ้นจากบทบาท ‘น้องหลิว’ ของปราณัฐน์ในตอนนี้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป